“เงินเข้าบัญชี” กับ “รายได้ที่ต้องเสียภาษี” เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเดียวกันค่ะ

หลายคนเมื่อเห็นว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีจำนวนมาก ก็อาจกังวลว่า หากธนาคารมีการรายงานข้อมูลให้กรมสรรพากรแล้ว จะต้องนำเงินทุกบาทที่เข้าบัญชีไปเสียภาษีหรือไม่

ความจริงคือ การรับเงินเข้าบัญชีไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีโดยอัตโนมัติ

กรมสรรพากรเองก็ได้อธิบายไว้ว่า การรับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารอาจมีหลายกรณีที่ไม่ใช่รายได้ของผู้รับ เช่น การรับเงินจากบิดามารดา การคืนเงินกู้ยืม หรือการรับเงินเพื่อนำไปทำบุญแทน เป็นต้น

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องพิจารณาที่มาของเงิน และมีหลักฐานที่สามารถอธิบายได้ว่าเงินนั้นคืออะไร

บทความนี้เน้นการรับเงินเข้าบัญชีของบุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาเป็นหลัก หากเป็นบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องพิจารณาการบันทึกบัญชีและภาษีของนิติบุคคลตามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ธนาคารส่งข้อมูลอะไรให้สรรพากร?

ตามประมวลรัษฎากร สถาบันการเงิน สถาบันการเงินของรัฐ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มี “ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ” ให้กรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยเกณฑ์คือ

  1. มีการฝากเงินหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีทุกบัญชีรวมกัน ตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี 

หรือ

  1. มีการฝากเงินหรือรับโอนเงินเข้าบัญชีทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี

“ธนาคารส่งข้อมูล” ไม่เท่ากับ “ต้องเสียภาษี”

ธนาคารไม่ได้ส่งรายละเอียดทุกสลิปให้กรมสรรพากร  

ไม่ใช่การส่ง Statement หรือรายละเอียดทุก transaction ตามระบบธุรกรรมลักษณะเฉพาะ

กรมสรรพากรอธิบายว่า ข้อมูลที่รายงานประกอบด้วยข้อมูลระบุตัวผู้มีธุรกรรม เลขที่บัญชี จำนวนครั้งของการฝากหรือรับโอน และมูลค่ารวมของการฝากหรือรับโอนในรอบปี โดยเป็นข้อมูลยอดรวม ไม่ใช่การรายงานรายละเอียดเป็นราย transaction

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลภาษีและข้อมูลอื่นเพื่อประเมินความเสี่ยงได้

ธนาคารส่งข้อมูลอะไรให้สรรพากร

7 ตัวอย่าง “เงินเข้าบัญชีส่วนตัว” ที่อาจไม่ใช่รายได้

 

7 กรณีเงินเข้าบัญชีที่อาจไม่ใช่รายได้

1. โอนเงินระหว่างบัญชีของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น มีบัญชีธนาคาร 2 บัญชี แล้วโอนเงินจากบัญชี A จำนวน 100,000 บาท ไปบัญชี B ของตัวเอง

เงินจำนวน 100,000 บาทที่เข้าบัญชี B ไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้ใหม่

เพราะเป็นเพียงการย้ายเงินของเจ้าของคนเดียวกันจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีหนึ่ง

สิ่งที่ควรเก็บไว้:
หลักฐานการโอน และ Statement ของทั้งสองบัญชี เพื่อให้เห็นว่าเงินออกจากบัญชีหนึ่งและเข้าบัญชีอีกบัญชีหนึ่งของบุคคลเดียวกัน

ข้อควรระวัง: 

หากมีการใช้บัญชีของบุคคลอื่นรับเงินแทน ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงการโอนเงินระหว่างบัญชีของตัวเอง เพราะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานเป็นรายกรณี

2. เงินที่พ่อหรือแม่โอนให้

ตัวอย่างเช่น พ่อโอนเงินให้ลูก 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือช่วยเหลือในการดำเนินชีวิต

การมีเงินจำนวน 50,000 บาทเข้าบัญชี ไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้จากการประกอบอาชีพของลูกโดยอัตโนมัติ

กรมสรรพากรยกตัวอย่างไว้โดยตรงว่า การรับโอนเงินจากบิดามารดาอาจเป็นกรณีที่ไม่ใช่รายได้ของผู้รับโอน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “เงินที่พ่อแม่โอนให้” ไม่ได้หมายความว่าได้รับยกเว้นภาษีทุกกรณี หากเป็นการให้โดยเสน่หาในจำนวนสูง ยังต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ภาษีการรับให้ตามประมวลรัษฎากร โดยการให้จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส มีหลักเกณฑ์ยกเว้นเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีภาษี ดังนั้นควรพิจารณาข้อเท็จจริงและฐานกฎหมายของเงินแต่ละก้อนแยกต่างหาก 

3. เงินออกแทนแล้วได้รับคืน

ตัวอย่างเช่น เราออกค่าอาหาร ค่าโรงแรม หรือค่าท่องเที่ยวให้เพื่อนก่อน 10,000 บาท แล้วเพื่อนโอนเงินคืนมา 10,000 บาท

เงิน 10,000 บาทที่เพื่อนโอนคืน ไม่ใช่รายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการของเราเพียงเพราะมีเงินเข้าบัญชี

หรือตัวอย่างเช่น นาย ก. ซื้อสินค้าให้กลุ่มเพื่อนก่อน แล้วเพื่อนแต่ละคนโอนเงินกลับมาให้นาย ก.

แม้จะมีเงินเข้าบัญชีหลายรายการ แต่เงินดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นรายได้ของนาย ก. ทั้งจำนวน (ค่าบริการ ค่านายหน้า หรือส่วนต่างที่ผู้รับได้รับ อาจเป็นรายได้)  หากข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินที่รับคืนหรือรับแทนผู้อื่น

ควรเก็บหลักฐาน เช่น

  • ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี
  • หลักฐานการจ่ายเงิน
  • ข้อความพูดคุย
  • หลักฐานการโอนเงินคืน

เพื่อให้สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของรายการได้

4. เงินคืนจากการยกเลิกการซื้อสินค้า

ตัวอย่างเช่น ซื้อสินค้าออนไลน์ 20,000 บาท แต่ภายหลังยกเลิกคำสั่งซื้อ ร้านค้าคืนเงิน 20,000 บาทกลับเข้าบัญชี

เงินที่ได้รับคืนดังกล่าวโดยลักษณะของธุรกรรม ไม่ใช่รายได้จากการขายหรือการให้บริการของผู้รับเงิน

สิ่งสำคัญคือควรเก็บหลักฐานการซื้อและหลักฐานการคืนเงินไว้ เพื่อให้เห็นว่าเงินที่เข้าบัญชีเป็นเงินคืนจากรายการเดิม

5. เงินกู้ที่ได้รับ หรือเงินต้นที่ได้รับคืนจากการให้กู้ 

ตัวอย่างเช่น กู้เงิน 500,000 บาท แล้วธนาคารโอนเงินเข้าบัญชี

เงิน 500,000 บาทนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจของผู้กู้ แต่เป็นเงินที่ได้รับจากการกู้ยืมและมีภาระต้องชำระคืน

ในอีกกรณีหนึ่ง หากเราเคยให้บุคคลอื่นกู้เงิน และได้รับ “เงินต้น” คืน เงินต้นที่ได้รับคืนก็ไม่ใช่รายได้ใหม่ โดยกรมสรรพากรยกตัวอย่างการคืนเงินกู้ยืมไว้ว่า การมีเงินรับโอนเข้าบัญชีไม่ได้หมายความว่าเงินนั้นเป็นรายได้ทั้งหมด

แต่ต้องแยกดอกเบี้ยออกจากเงินต้น เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับจากการให้กู้ยืมอาจเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก)

หลักฐานที่ควรเก็บ: สัญญากู้ยืม หลักฐานการจ่ายเงินต้น ตารางชำระหนี้ และ Statement

6. เงินที่รับฝากเพื่อนำไปทำบุญแทน

ตัวอย่างเช่น มีผู้โอนเงินเข้าบัญชี 50 คน คนละ 500 บาท รวม 25,000 บาท เพื่อให้เรานำเงินไปทำบุญแทน

แม้ Statement จะปรากฏว่ามีเงินเข้าหลายรายการ แต่เงินดังกล่าวอาจไม่ใช่รายได้ของเจ้าของบัญชี

กรมสรรพากรยกตัวอย่าง “การรับเงินเพื่อนำไปทำบุญ” ไว้เป็นกรณีหนึ่งที่ไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดที่รับโอนเป็นรายได้ของผู้รับ

ดังนั้น ควรเก็บหลักฐาน เช่น รายชื่อผู้ร่วมทำบุญ หลักฐานการโอน และหลักฐานการนำเงินไปทำบุญ

7. เงินที่ลูกค้าโอนผิด แล้วโอนคืน

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีผิดจำนวน 30,000 บาท แล้วติดต่อขอให้เราคืนเงิน

กรณีนี้เงิน 30,000 บาทที่เข้ามา ไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้จากการขายสินค้า

หากคืนเงินให้ลูกค้า ก็ควรเก็บหลักฐานทั้งรายการรับและรายการคืนเงินไว้ให้ครบ

เพื่อให้สามารถอธิบายได้ว่า

เงินเข้า → ลูกค้าโอนผิด → คืนเงิน → ไม่ใช่รายได้

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า “เงินเข้า” เป็นรายได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษี? 

ในทางกลับกัน หากเงินที่เข้าบัญชีเป็นเงินที่ได้รับจากการขายสินค้า การให้บริการ ค่าเช่า ค่านายหน้า หรือเงินได้ประเภทอื่นตามกฎหมาย ก็ต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะเป็น เงินได้พึงประเมิน หรือรายได้ของกิจการหรือไม่

กรมสรรพากรแบ่งประเภทเงินได้พึงประเมินของบุคคลธรรมดาไว้ตามมาตรา 40 เช่น เงินได้จากการจ้างแรงงาน การรับจ้างทำงาน การให้เช่าทรัพย์สิน การประกอบธุรกิจ และเงินได้ประเภทอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น อย่าใช้เพียง Statement เป็นตัวตัดสินว่าเงินนั้นเป็นรายได้หรือไม่

ต้องดูว่าเงินนั้นเกิดจากอะไร และมีเอกสารหลักฐานอะไรประกอบ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “หลักฐาน”

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า

Statement บอกว่า “เงินเข้า”

แต่เอกสารประกอบจะช่วยตอบคำถามว่า

“เงินนั้นเข้ามาเพราะอะไร?”

ตัวอย่างเช่น

เงินเข้าบัญชี หลักฐานที่ควรมี
โอนระหว่างบัญชีตัวเอง Statement ทั้งสองบัญชี
เงินจากพ่อแม่ หลักฐานการโอน/หลักฐานที่มาของเงิน
เพื่อนโอนคืน หลักฐานค่าใช้จ่ายและข้อความ/หลักฐานการคืนเงิน
เงินคืนจากร้านค้า ใบสั่งซื้อและหลักฐานการคืนเงิน
เงินกู้ สัญญากู้และหลักฐานการรับเงิน
เงินทำบุญ รายชื่อ/หลักฐานผู้ร่วมทำบุญและหลักฐานการนำไปทำบุญ
ลูกค้าโอนผิด หลักฐานการโอนผิดและหลักฐานการคืนเงิน

สรุป

เงินเข้าบัญชี ≠ รายได้เสมอไป

การที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการมีหน้าที่รายงานข้อมูลให้กรมสรรพากรตามเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าเงินที่ปรากฏในบัญชีทั้งหมดจะถูกถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีทันที

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา คือ การแยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อให้แยกที่มาของเงินได้ง่าย ทางที่ดีควรเป็นคนละธนาคาร และ เงินจากการทำธุรกิจควรมีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ถูกต้องตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร

เพราะเมื่อมีข้อสงสัย สิ่งที่ช่วยยืนยันได้ดีที่สุดไม่ใช่เพียงคำอธิบายว่า “เงินก้อนนี้ไม่ใช่รายได้” แต่คือ หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเงินก้อนนั้นมีที่มาอย่างไร

แหล่งอ้างอิง

  • กรมสรรพากร, ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตตรส — หลักเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะและหน้าที่นำส่งข้อมูล
  • กรมสรรพากร, Q&A การให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์นำส่งข้อมูล — ตัวอย่างเงินรับโอนที่ไม่จำเป็นต้องเป็นรายได้ เช่น เงินจากบิดามารดา เงินคืนเงินกู้ และเงินรับเพื่อทำบุญ
  • กรมสรรพากร, เอกสารประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับธุรกรรมลักษณะเฉพาะ — เกณฑ์ 400 ครั้ง/2 ล้านบาท และ 3,000 ครั้ง
  • กรมสรรพากร, ประเภทเงินได้ที่ต้องเสียภาษี — ประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40

ปรึกษาเรื่องบัญชีและภาษีกับสำนักงาน ชาญบัญชี เชียงราย

บริษัท ชาญบัญชีกรุ๊ป จำกัด ให้บริการด้านบัญชี ภาษี และวางระบบบัญชีสำหรับธุรกิจในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง หากธุรกิจของคุณมีรายการเงินเข้าหลายประเภท หรือไม่แน่ใจว่ารายการใดต้องนำไปคำนวณภาษี สามารถให้ทีมงานช่วยตรวจสอบรายการและจัดระบบเอกสารให้เหมาะสมกับธุรกิจได้

สาระความรู้ที่เกี่ยวข้อง

เปิดธุรกิจใหม่ เสียภาษีอะไรบ้าง
ชาญบัญชี : สำนักงานบัญชีเชียงราย รับทำบัญชี